เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษออกมาเตือนว่ากรุงเทพและปริมณฑลมีแนวโน้มที่ฝุ่น PM2.5 จะกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานอย่างมาก แต่ยังไงเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านได้อยู่ดี เพราะกิจวัตรประจำวันหลาย ๆ อย่างก็ยังคงต้องดำเนินการต่อ ทำให้เราต้องหาวิธีป้องกันมลพิษทางอากาศเบื้องต้นด้วยการหยิบหน้ากาก N95 มาสวมใส่และระวังสุขภาพให้มากขึ้น
ซึ่งนอกจากเราจะต้องระวังการสูดดมฝุ่น PM2.5 แล้ว ก็อย่าลืมไปว่าฝุ่นละอองต่าง ๆ ที่มากับสิ่งสกปรกนั้นมีโอกาสที่จะเกาะติดตามเสื้อผ้าของเราได้อีกด้วย ส่งผลให้คุณรู้สึกไม่สบายตัวและเสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพ วันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีซักผ้าให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 มาให้แล้ว ทำตามกันได้ง่าย ๆ ไปดูกันเลย!
วิธีซักผ้าให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5
เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่อมฝุ่น
เนื่องจากเนื้อผ้าแต่ละชนิดนั้นสามารถอมฝุ่นได้มากน้อยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติในการดูดซับน้ำของเนื้อผ้าชนิดนั้น ๆ ยิ่งซับน้ำได้น้อยก็จะอมฝุ่นมาก แต่ถ้าซับน้ำได้มากก็จะอมฝุ่นน้อย โดยผ้าใยสังเคราะห์ก็ถือว่าเป็นเนื้อผ้าที่ดูดซับน้ำได้น้อยมาก จึงทำให้เป็นแหล่งสะสมฝุ่นชั้นดี ไม่เหมาะแก่การสวมใส่ในสถานการณ์ที่ค่าฝุ่น PM2.5 กำลังพุ่งสูง เพราะอาจทำให้ฝุ่นเข้าร่างกายได้ง่ายและส่งผลเสียต่อสุขภาพ ส่วนเนื้อผ้าที่เหมาะกับการสวมใส่ในสถานการณ์ที่มีค่าฝุ่นสูง ๆ คือ เนื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยฝ้ายหรือผ้าคอตตอน ซึ่งเป็นเนื้อผ้าที่ดูดซับน้ำได้มาก อมฝุ่นได้น้อยที่สุด สามารถช่วยปกป้องคุณจากฝุ่น PM2.5 ได้นั่นเองค่ะ
งดการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม
อย่างที่บอกข้อแรกว่าเนื้อผ้าที่ซับน้ำได้น้อยก็จะอมฝุ่นมาก ส่วนเนื้อผ้าที่ซับน้ำได้มากก็จะอมฝุ่นน้อย ซึ่งน้ำยาปรับผ้านุ่มนี่แหละตัวดีเลย แม้ว่าจะช่วยให้เสื้อผ้าของคุณมีกลิ่นหอมและลดกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์ แต่น้ำยาปรับผ้านุ่มมีคุณสมบัติลดการอมน้ำของเนื้อผ้า ทำให้เนื้อผ้าอมน้ำได้น้อย ฝุ่นเกาะติดเสื้อผ้าของคุณได้นานขึ้น ดังนั้นในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 กำลังพุ่งสูง คุณควรงดการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เน้นอบผ้าให้แห้งสนิทและสะอาดก็เพียงพอ โฟกัสเรื่องกลิ่นหอมให้น้อยลง เพื่อลดผลเสียที่อาจทำลายสุขภาพในอนาคตค่ะ
เลือกใช้เครื่องอบผ้า
ควรเลือกใช้เครื่องอบผ้าแทนการตากผ้าไว้นอกบ้าน เพราะการตากผ้าไว้นอกบ้านนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ฝุ่นเข้ามาเกาะติดตามเนื้อผ้าของคุณได้ง่ายสุด ๆ ยิ่งถ้าตากผ้าไว้เป็นเวลานานก็จะยิ่งสะสมฝุ่น PM2.5 ได้มากเท่าขึ้นนั้น เสื้อผ้าเกิดความสกปรกและส่งผลเสียต่อสุขภาพได้อย่างคาดไม่ถึง เราจึงแนะนำว่าให้เลือกใช้เครื่องอบผ้าที่มีเทคโนโลยีลดฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ รวมถึงช่วยฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียได้อย่างสะอาดหมดจด
แต่ถ้าใครยังไม่มีเครื่องอบผ้าคุณภาพดีให้ใช้งาน WASHENJOY ก็มีเครื่องอบผ้าอันดับ 1 ของโลก มาให้ทุกคนได้ลองเลือกใช้กัน นั่นคือ Electrolux Professional แบรนด์เครื่องอบผ้าจากสวีเดน ที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีเครื่องอบผ้ามานานกว่า 120 ปี มีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีอยู่เสมอมั่นใจได้เลยว่าผ้าของคุณจะแห้งสะอาดหมดจด ผ้านุ่ม หอม ฟู อย่างแน่นอน
จุดเด่นของเครื่องอบผ้า Electrolux Professional
- ไม่ต้องง้อแดด ไม่ต้องกลัวฝน ใช้เวลาน้อยนิด ผ้าแห้งไวภายใน 24 นาที
- ระบบใช้อุณหภูมิถึง 70 องศา ฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่นจาก PM2.5 ได้อย่างสะอาดหมดจด
- ถังหมุน 2 ทิศทาง ไม่ต้องกลัวผ้าจะพันกัน ช่วยให้อบผ้าแห้งได้ไวมากยิ่งขึ้น
- มีระบบ Cooling ที่ช่วยถนอมคุณภาพเนื้อผ้า ได้ผ้าที่นุ่ม หอม ฟู หมดกังวลเรื่องผ้ายับได้เลย!
คำถาม-คำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซักผ้าและฝุ่น PM2.5
- ทำไมผ้าใยสังเคราะห์ถึงไม่เหมาะกับการสวมใส่ในช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 สูง?
ผ้าใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์ มีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้น้อยค่ะ ซึ่งส่งผลให้ อมฝุ่นได้มากและระบายออกได้ยาก ทำให้ฝุ่น PM2.5 เกาะติดเสื้อผ้าได้นานขึ้นและเสี่ยงต่อการที่ฝุ่นจะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่าค่ะ ควรเลือกผ้าคอตตอนหรือผ้าฝ้ายที่ดูดซับน้ำได้ดีกว่าค่ะ
- การงดใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้อย่างไร?
น้ำยาปรับผ้านุ่มมีคุณสมบัติในการ ลดการอมน้ำของเนื้อผ้า ค่ะ เมื่อผ้าอมน้ำได้น้อยลง ก็จะทำให้ฝุ่นเกาะติดบนเสื้อผ้าได้นานขึ้นและยากต่อการหลุดออกค่ะ ดังนั้นในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง ควรลดการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มลง และเน้นการอบผ้าให้แห้งสนิทและสะอาดแทนค่ะ
- เครื่องอบผ้า Electrolux Professional ช่วยฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่นได้อย่างไร?
เครื่องอบผ้า Electrolux Professional มีระบบที่ใช้ อุณหภูมิสูงถึง 70 องศาเซลเซียส ค่ะ ความร้อนระดับนี้มีประสิทธิภาพในการ ฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่น ที่มาพร้อมกับฝุ่น PM2.5 ได้อย่างสะอาดหมดจดค่ะ ซึ่งเป็นการปกป้องสุขภาพและทำให้เสื้อผ้าแห้งสนิท นุ่ม ฟู โดยไม่ต้องพึ่งแดดค่ะ
- หากไม่มีเครื่องอบผ้า ควรตากผ้าในช่วงที่มีฝุ่นสูงอย่างไร?
หากยังไม่มีเครื่องอบผ้า ควร หลีกเลี่ยงการตากผ้าไว้นอกบ้าน ในที่โล่งเป็นเวลานานค่ะ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ฝุ่น PM2.5 มาเกาะติดเสื้อผ้าได้ง่าย ควรเลือกตากผ้าไว้ใน พื้นที่ปิดที่มีอากาศถ่ายเทดี เช่น ในบ้าน หรือในห้องที่มีพัดลมช่วยเป่า เพื่อให้ผ้าแห้งเร็วและลดการสะสมของฝุ่นค่ะ
หากต้องการสัมผัสประสบการณ์ซักผ้าให้สะอาดหมดจด ไร้กลิ่นเหม็นอับ ปราศจากเชื้อโรค ใช้เวลาซักและอบไม่ถึงชั่วโมง ได้เสื้อผ้ากลับมาไวพร้อมใส่ในเวลาอันรวดเร็ว ต้องลองมาใช้บริการที่แฟรนไชส์เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ WASHENJOY Electrolux Professional เราพร้อมให้บริการคุณ 24 ชั่วโมงค่ะ
ตรวจสอบสาขาบริการใกล้บ้านคุณ หรือหากสนใจร่วมธุรกิจลงทุนร้านซักผ้ากับเรา
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่ www.washenjoythai.com
โทรศัพท์ : 098-902-6659
Line Official Account : @washenjoy
Email : info@washenjoythai.com
Website : www.washenjoythai.com
Facebook : WASHENJOY Thailand
ทาสแมวต้องรู้! 6 เคล็ดลับกำจัดขนแมวบนเสื้อผ้าแบบง่าย ๆ ที่บ้าน
ขนแมวติดเสื้อ ปัญหาเล็กที่ส่งผลใหญ่ ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป!
ใครที่เป็น “ทาสแมว” คงเข้าใจดีว่า... วงการนี้ เข้าง่ายแต่ออกยากมากกก!
แต่สิ่งที่ออกยากยิ่งกว่าก็คือ… ขนแมวบนเสื้อผ้าของคุณ 😹
ไม่ว่าจะกอดน้องแมวแค่แป๊บเดียว หรือเดินผ่านน้องเบา ๆ ขนแมวก็พร้อมจะเกาะติดคุณไปทุกที่ และถ้าปล่อยสะสมมากเข้า นอกจากจะเสียบุคลิกภาพแล้ว ยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น โรคภูมิแพ้ ระบบทางเดินหายใจอักเสบ หรือผิวระคายเคือง
วันนี้ WASHENJOY แฟรนไชส์ซักผ้าหยอดเหรียญ ขอแนะนำ 6 วิธีง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้าน เพื่อกำจัดขนแมวให้หมดจดบนเสื้อผ้าตัวโปรดของคุณ
มั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อใช้บริการ WASHENJOY
เพราะเราไม่ใช่แค่ร้านซักผ้า…แต่คือ “แฟรนไชส์ซักผ้าหยอดเหรียญอัจฉริยะ” ที่พร้อมดูแลเสื้อผ้าคุณทุกขั้นตอน
หากคุณไม่มีอุปกรณ์ หรือไม่มีเวลาจัดการขนแมวด้วยตัวเอง WASHENJOY พร้อมเป็นผู้ช่วยมืออาชีพให้คุณ:
- เครื่องซักผ้า & เครื่องอบ ระบบ Electrolux Professional
- โปรแกรมซักพิเศษสำหรับ ขจัดขนสัตว์ อย่างหมดจด
- ซัก + อบจบในไม่ถึง 1 ชั่วโมง
- ผ้าหอม สดชื่น แห้งไว ไร้กลิ่นอับ
- พร้อมฆ่าเชื้อและกำจัดไรฝุ่นได้ในรอบเดียว
การนอนหลับที่ดี เริ่มต้นจาก “เครื่องนอนสะอาด” โดยเฉพาะผ้านวม
รู้ไหมว่า “การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ” สำคัญพอ ๆ กับการทานอาหารดี ๆ และการออกกำลังกาย?
เพราะในขณะหลับ ร่างกายของเราจะซ่อมแซมเซลล์ บำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงรีเซ็ตระบบภูมิคุ้มกันต่าง ๆ การนอนบน เตียงที่สะอาด ผ้าปูที่นุ่มสบาย ปลอกหมอนที่ไร้ฝุ่น และผ้านวมที่สะอาดหมดจด คือส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมคุณภาพการพักผ่อนของคุณได้อย่างแท้จริง
ผ้านวม – แหล่งสะสมเชื้อโรคที่คุณมองไม่เห็น
ผ้านวม ถือเป็นเครื่องนอนชิ้นใหญ่ที่ซักยากที่สุด และมักถูกละเลยในการทำความสะอาด
- เนื้อผ้าหนา
- แกนใยด้านในซับความชื้นและฝุ่นไว้มาก
- ผงซักฟอกแทรกไม่ถึง ทำให้เกิดสิ่งตกค้าง
- เสี่ยงต่อ ไรฝุ่น, แบคทีเรีย, กลิ่นอับ, และ ภูมิแพ้
หากไม่ได้รับการซักอย่างถูกวิธี อาจนำไปสู่อาการเช่น ไอ จาม คัดจมูก หอบหืด โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ
ซักผ้านวมอย่างไรให้สะอาดถึงใยใน?
WASHENJOY แฟรนไชส์เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ขอแนะนำ “7 วิธีซักผ้านวมด้วยเครื่องซักผ้าที่ถูกต้อง”
เพื่อให้คุณซักเองได้อย่างมั่นใจ หรือจะมาที่ร้านเราก็ได้ บริการพร้อมเสมอ!
ผ้านวม เครื่องนอนที่ต้องดูแลมากกว่าที่คุณคิด
จะเห็นได้ว่า ผ้านวม เป็นอีกหนึ่งเครื่องนอนชิ้นสำคัญที่ต้องอยู่กับคุณทุกคืน และมีผลต่อคุณภาพการนอนอย่างมาก หากผ้านวมสะอาด หอม และนุ่ม ก็จะช่วยให้คุณหลับสนิท แต่หากสกปรกหรือเต็มไปด้วยไรฝุ่น เชื้อโรค และกลิ่นอับ อาจทำให้คุณตื่นกลางดึก ไอ จาม หรือเสี่ยงต่อ โรคภูมิแพ้ ได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการ หมั่นซักผ้านวมอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
ซักผ้านวมไม่ใช่เรื่องยาก หากเลือกเครื่องซักผ้าให้ถูก
หากใครที่ยังไม่มีเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่สำหรับซักผ้านวมที่บ้าน ขอแนะนำให้มาลองใช้บริการที่ WASHENJOY แฟรนไชส์เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ที่มาพร้อม เครื่องซักผ้า Electrolux Professional คุณภาพสูง เหมาะสำหรับการซักผ้าทุกประเภทโดยเฉพาะผ้านวม
มีให้เลือกหลายขนาด รองรับผ้านวมได้ทุกแบบ
- ถังซักให้เลือกตั้งแต่ 9 กก. – 28 กก. รองรับทั้งผ้านวมเดี่ยว ผ้านวมคิงไซส์ หรือแม้แต่ซักผ้าหนาแบบรวมหลายชิ้น
- ระบบน้ำหนักอัตโนมัติ พร้อม เลือกโปรแกรมให้เหมาะสม กับผ้าที่ต้องการซัก
- ปลอดภัย ไม่ทำลายเนื้อผ้าและใยในของผ้านวม
มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยโปรแกรมซักพิเศษ
เราให้คุณเลือกใช้ 6 โปรแกรมซักที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
รวมถึงโปรแกรมยอดนิยมอย่าง:
- Anti-Bac ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.9%
- ปลอดภัยกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ
- ล้างสารตกค้างและคราบฝังลึกได้อย่างหมดจด
จบครบด้วยเครื่องอบผ้าคุณภาพสูง
หลังซักเสร็จ ยังสามารถอบผ้าได้ทันทีในเครื่องอบความร้อนสูง
- อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส
- ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่อาจหลงเหลือจากการซัก
- ทำให้ผ้าหอม แห้ง พร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องตากแดด