October 10, 2023

ซักผ้าขนหนูให้นุ่มฟู ต้องทำอย่างไร?

เคยไหม…เมื่อใช้ผ้าขนหนูผืนโปรดมาเป็นเวลานานหลายปี อยู่ดี ๆ เนื้อสัมผัสของผ้าก็เปลี่ยนไป! เปลี่ยนสภาพจากผ้านุ่มฟูกลายเป็นแห้งแข็งกระด้าง ไม่ซับน้ำ มีคราบเหลืองหมอง และยิ่งเจอกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยก็ส่งผลกระทบให้เกิดกลิ่นเหม็นอับตามมาอีกด้วย แล้วต้องทำอย่างไรให้ผ้าขนหนูกลับมานุ่มฟูได้อีกครั้ง หรือต้องเสียเงินซื้อผ้าขนหนูผืนใหม่ ? 

 

ช้าก่อน! อย่าเพิ่งเสียเงินซื้อผ้าขนหนูผืนใหม่ วันนี้ WASHENJOY ได้รวบรวม 4 วิธีซักผ้าขนหนูให้นุ่มฟูมาให้แล้ว รับรองว่าผ้าขนหนูของคุณจะกลับมาหอมนุ่มฟูเหมือนพึ่งออกจากช็อปใหม่ ๆ ถ้าอยากรู้ว่ามีวิธีอะไรบ้าง ก็ตามไปดูกัน!

 

ทำไมผ้าขนหนูถึงแห้งแข็งกระด้าง ไม่นุ่มฟู ?

สาเหตุเกิดจากการสะสมของคราบเหงื่อไคลและไขมันจากร่างกาย คราบเครื่องสำอาง คราบผงซักฟอก สารเคมีตกค้าง หรือแร่ธาตุจากน้ำกระด้างที่เกาะติดบนเส้นใยผ้า 

 

4 วิธีซักผ้าขนหนูให้หอมนุ่มฟู

 

1. แยกผ้าก่อนซัก

เนื่องจากผ้าทุกชิ้นมีระดับความสกปรกที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำมาซักรวมในถังเดียว มิเช่นนั้นผ้าที่มีระดับความสกปรกมากจะนำคราบเปื้อน กลิ่นเหม็นอับ ไปติดกับเสื้อผ้าที่มีระดับความสกปรกน้อย กลายเป็นว่าผ้าทุกชิ้นได้รับความสกปรกเท่ากันทั้งหมด อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย ดังนั้นควรคัดแยกระดับความสกปรกของผ้าทุกชิ้นก่อนซักอยู่เสมอและเว้นที่ว่างให้ผ้าทุกชิ้นมีระยะห่างกัน เพื่อช่วยให้เส้นใยผ้าไม่เสียและคงความนุ่มฟูของผ้าขนหนูไว้ได้นาน ๆ ค่ะ

2. ซักผ้าขนหนูด้วยน้ำอุ่น

การซักผ้าด้วยน้ำอุ่นจะช่วยฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย และกำจัดไรฝุ่นให้ออกอย่างหมดจด ล้างสารตกค้างออกจากเส้นใยผ้า รวมถึงยังช่วยป้องกันไม่ให้เส้นใยผ้าถูกทำลาย ถนอมผ้าขนหนูได้ดีกว่าการซักน้ำอุณหภูมิอื่น ๆ โดยเราแนะนำให้ซักผ้าขนหนูอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง แต่ในช่วงอากาศร้อนชื้นควรซักทุก ๆ 2-3 วัน ส่วนผ้าขนหนูที่ใช้สำหรับออกกำลังกาย เราแนะนำว่า ให้ซักหลังใช้เสร็จทันทีค่ะ

3. ใช้เบกกิ้งโซดา

เมื่อใส่ผ้าขนหนูลงในเครื่องซักผ้าเรียบร้อยแล้ว ให้เตรียมผสมน้ำยาซักผ้ากับเบกกิ้งโซดา จากนั้นเทส่วนผสมลงในช่องใส่น้ำยาซักผ้าได้เลย เพราะเบกกิ้งโซดาจะช่วยลดความสกปรกและกลิ่นอับของผ้าขนหนู ช่วยทำให้ผ้าขนหนูหอมสะอาดและนุ่มเหมือนออกจากช็อปมาใหม่ ๆ ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อผ้าขนหนูใหม่เลยค่ะ

 

4. ตากผ้าขนหนูให้แห้งสนิท

ขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยปกป้องไม่ให้ผ้าขนหนูเกิดกลิ่นเหม็นอับและขึ้นรา นั่นคือการสะบัดผ้าเบา ๆ เพื่อให้เส้นใยยืดได้อย่างเต็มที่ และนำผ้ามาจัดวางบนราวให้ตึง ห้ามให้ผ้าทับซ้อนกัน เพื่อให้อากาศหมุนเวียนผ่านผ้าได้อย่างทั่วถึง โดยเราแนะนำว่าให้ใช้ราวตากผ้าที่ได้รับมาตรฐาน ทนทานแข็งแรง ไม่หักงอง่าย ๆ และมีข้อควรระวังคือไม่ควรตากผ้าขนหนูในที่มีแดดจัด ๆ เพราะจะส่งผลให้เส้นใยในผ้าขนหนูเกิดการแห้งกรอบ แข็งกระด้าง หมดคุณภาพการใช้งานได้ไวขึ้นค่ะ

แค่ทำตาม 4 วิธีข้างต้นนี้ ผ้าขนหนูของคุณก็กลับมานุ่มฟูได้ง่าย ๆ หมดปัญหาผ้าขนหนูแห้งแข็งกระด้าง ซึ่งถ้าใครไม่มีเวลาตากผ้า รู้สึกต้องใช้เวลานานยุ่งยาก เน้นใช้ชีวิตไว ๆ เราก็มีอีกวิธีมาแนะนำค่ะ นั่นก็คือ การเข้ามาใช้บริการซักและอบผ้าที่ WASHENJOY พร้อมให้คุณสัมผัสประสบการณ์ซักผ้าให้สะอาดหมดจด ไร้กลิ่นเหม็นอับ ปราศจากเชื้อโรค ใช้เวลาซักและอบไม่ถึงชั่วโมง ได้เสื้อผ้ากลับมาไวพร้อมใส่ในเวลาอันรวดเร็ว

FAQ: รวมข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผ้าขนหนูที่ WASHENJOY

1: ซักผ้าขนหนูด้วยน้ำอุณหภูมิเท่าไหร่ถึงจะดีที่สุด?

สำหรับผ้าขนหนูสีขาว แนะนำที่ 60°C เพื่อฆ่าเชื้อโรคและละลายคราบไขมันจากร่างกายได้ดีที่สุด แต่ถ้าเป็นผ้าขนหนูสีเข้ม แนะนำที่ 40°C เพื่อถนอมสีผ้าไม่ให้ซีดจางเร็วเกินไป ซึ่งที่ WASHENJOY เรามีโปรแกรมซักน้ำอุ่นและน้ำร้อนให้เลือกตามประเภทผ้าเลย

2: เครื่องอบผ้าที่ร้านต่างจากการตากแดดอย่างไร ทำไมถึงทำให้ผ้า "นุ่มฟู" กว่า?

การตากแดดจัดจะทำให้เส้นใยผ้าขนหนู "ถูกทำให้แห้งแบบทันที" จนเส้นใยแข็งตัวและหยาบกร้าน แต่เครื่องอบ Electrolux Professional ใช้ลมร้อนร่วมกับการปั่นที่สม่ำเสมอ แรงเหวี่ยงในถังจะช่วย "ตีเส้นใย" ให้ตั้งขึ้นและแยกตัวออกจากกัน ทำให้ผ้าขนหนูหอม นุ่ม และพองฟูเหมือนตอนซื้อใหม่ๆ 

3: อบผ้าที่อุณหภูมิ 70°C จะทำให้ผ้าขนหนู "หด" ไหม?

โดยปกติผ้าขนหนูคอตตอนแท้จะมีอัตราการหดตัวเล็กน้อยในการอบครั้งแรก แต่ระบบ Cooling Care ของเราในช่วงท้ายของรอบการอบ จะค่อยๆ ปรับลดอุณหภูมิลงอย่างนุ่มนวล เพื่อช่วยคลายความเครียดของเส้นใยผ้า ลดการหดตัว และป้องกันการเกิดรอยยับถาวร

4: ทำไมผ้าขนหนูซักที่ร้านถึงหอมติดทนนานกว่าซักเองที่บ้าน?

เพราะที่ WASHENJOY เราใช้ระบบฉีดน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มเกรดพรีเมียมโดยอัตโนมัติในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักผ้า ผสานกับความร้อนจากเครื่องอบที่ช่วย "ล็อคกลิ่นหอม" ให้ฝังลึกเข้าไปในเส้นใยผ้า ทำให้ผ้าหอมสดชื่นยาวนานกว่าการตากพัดลมหรือแดดที่บ้าน

5: ต้องใช้เวลาซักและอบนานแค่ไหนถึงจะได้ผ้ากลับบ้าน?

มาตรฐานที่ WASHENJOY คือซักประมาณ 30 นาที และอบอีกประมาณ 24-30 นาที สรุปคือไม่เกิน 1 ชั่วโมง คุณก็จะได้ผ้าขนหนูที่นุ่มฟู หอมสะอาด พร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลารอแดดทั้งวัน

WASHENJOY มีเครื่องอบผ้าอันดับ 1 ของโลก มาให้ทุกคนได้ลองเลือกใช้ นั่นคือ Electrolux Professional แบรนด์เครื่องอบผ้าจากสวีเดน ที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีเครื่องอบผ้ามานานกว่า 120 ปี มีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีอยู่เสมอมั่นใจได้เลยว่าผ้าของคุณจะแห้งสะอาดหมดจด ผ้านุ่ม หอม ฟู อย่างแน่นอน

 

จุดเด่นของเครื่องอบผ้า Electrolux Professional

หัวใจสำคัญของแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักยุคใหม่

  • ไม่ต้องง้อแดด ไม่ต้องกลัวฝน ผ้าแห้งไวภายในเพียง 24 นาที ประหยัดเวลา ซัก–อบ–ใส่ได้ในวันเดียว
  • ระบบอบร้อนที่อุณหภูมิสูงถึง 70°C ช่วย ฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่น ได้อย่างหมดจด มั่นใจในความสะอาดทุกชิ้น
  • ถังหมุน 2 ทิศทาง ลดการพันกันของผ้า เพิ่มประสิทธิภาพการอบให้แห้งเร็วและทั่วถึง
  • ระบบ Cooling Care ถนอมเนื้อผ้าให้ นุ่ม ฟู หอม พร้อมช่วยลดรอยยับ จบปัญหาเรื่องรีดผ้าไปได้เลย

เครื่องอบผ้ารุ่นนี้จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่แฟรนไชส์ร้านสะดวกซักมืออาชีพไว้วางใจ เพราะตอบโจทย์ทั้งความสะอาด ความรวดเร็ว และความใส่ใจในคุณภาพเสื้อผ้าทุกชิ้น

 

ตรวจสอบสาขาบริการใกล้บ้านคุณ หรือหากสนใจร่วมธุรกิจลงทุนร้านซักผ้ากับเรา 

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่ www.washenjoythai.com

โทรศัพท์ : 098-902-6659
Line Official Account : @washenjoy
Email : info@washenjoythai.com
Website : www.washenjoythai.com
Facebook : WASHENJOY Thailand

บทความอื่น ๆ

ดูทั้งหมด